
สมเด็จ พระนเรศวรมหาราช
สมเด็จ พระนเรศวรมหาราช เสด็จพระราชสมภพ ณ เมืองพิษณุโลก เมื่อปีพุทธศักราช 2098 พระองค์เป็นพระราชโอรสใน สมเด็จพระมหาธรรมราชา และ พระวิสุทธิกษัตรีราชธิดาในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ และสมเด็จพระศรีสุริโยทัย พระองค์ทรงมีพระพี่นาง มีพระนามว่า พระสุวรรณเทวี และพระน้องยาเธอ ทรงพระนามว่า สมเด็จพระเอกาทศรถ เมื่อพระองค์ทรงพระชันษาได้ 9 ปี พระเจ้าหงสาวดีได้ขอไปเป็นพระราชบุตรบุญธรรม เมื่อพระองค์มีพระชันษาได้ 15 ปี จึงเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยาเพื่อเสด็จขึ้นไปครองเมืองพิษณุโลกแทนพระราชบิดา ระหว่างที่ประทับอยู่ในกรุงหงสาวดี ก็ได้ศึกษาวิชา ศิลปะศาสตร์ และวิชาพิชัยสงคราม พระนเรศวรมหาราช ได้ศึกษา ทั้งภายในราชสำนักไทยและราชสำนักพม่า มอญ และได้ทราบถึงยุทธวิธีของชาติต่าง ๆ ที่ได้มารวมกันอยู่ในกรุงหงสาวดีเป็นอย่างดี
พรนเรศวรมหาราช ทรงนำวิชามาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ และสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี ยุทธวิธีที่พระองค์ทรงใช้คือ การใช้คนจำนวนน้อยเพื่อเอาชนะคนจำนวนมาก นอกจากนั้น หลักการสงครามของพระองค์เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน เช่น หลักการรุก การออมกำลัง การป้องกัน การจู่โจม การดำเนินกลยุทธ เอกภาพในการบังคับบัญชา ฯลฯ พระองค์ทรงนำมาใช้ในสงครามอย่างเชี่ยวชาญและทำให้พระองค์ประสบความสำเร็จมาโดยตลอด
สงครามในสมเด็จ พระนเรศวรมหาราช เป็นเหตุการณ์ที่มีความยิ่งใหญ่และมีความสำคัญต่อชาติไทยอย่างยิ่ง พระองค์เป็นผู้กู้อิสภาพของไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก และทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรของไทยอย่างกว้างใหญ่ไพศาล นับตั้งแต่ประเทศพม่าตอนใต้ทั้งหมด รวมถึงทางฝั่งมหาสมุทรอินเดียทางด้านทิศตะวันตก และทางฝั่งมหาสมุทรปาซิฟิคทางด้านทิศตะวันออก ทางด้านทิศเหนือตลอดไปถึงฝั่งแม่น้ำโขง และยังรวมไปถึงรัฐไทยใหญ่บางรัฐ พระองค์ได้ทำสงครามกับประเทศที่เป็นข้าศึกของไทยทุกที่ จนประเทศไทยสามารถอยู่เป็นปกติสุขโดยปราศจากสงครามเป็นเวลายาวนานมาก พระองค์ทรงทำเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองมาโดยตลอด พระองค์ทรงสละพระองค์ เพื่อชาติบ้านเมืองโดยสิ้นเชิง ชาวไทยทุกคนจึงควรสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์และจดจำวีรกรรมของพระองค์ไว้ตลอดไป